เมื่อวานนี้ กูเกิลประกาศลงทุนสูงสุด 40,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.4 ล้านล้านบาท) ใน Anthropic บริษัท AI ชั้นนำ พร้อมกับรายงาน PwC ที่ระบุว่า 75% ของผลกำไรจาก AI กระจุกตัวอยู่กับบริษัทเพียง 20% นี่คือสิ่งที่นักลงทุนและคนทำงานไทยควรเข้าใจ
เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2026 กูเกิล (Alphabet) ประกาศแผนลงทุนสูงถึง 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่าราว 1.4 ล้านล้านบาทใน Anthropic สตาร์ทอัพด้าน AI ที่สร้างผลิตภัณฑ์ชื่อดังอย่าง Claude โดยการลงทุนนี้ประเมินมูลค่า Anthropic ไว้ที่ 350,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดีลการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ดีลนี้สะท้อนให้เห็นว่ายักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีกำลังแข่งกันอย่างดุเดือดเพื่อครองตลาด AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
รายงาน AI Performance Study ของ PwC ปี 2026 เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า 75% ของผลกำไรทางเศรษฐกิจจาก AI กระจุกตัวอยู่กับบริษัทเพียง 20% เท่านั้น โดยบริษัทชั้นนำเหล่านี้มุ่งเน้นการใช้ AI เพื่อการเติบโต (Growth) มากกว่าแค่การลดต้นทุน (Productivity) ซึ่งหมายความว่าการลงทุนใน AI อย่างจริงจังและมีกลยุทธ์จะกำหนดผู้ชนะและผู้แพ้ในทศวรรษนี้
นอกจากดีลของกูเกิล เมื่อวานนี้ยังมีการเปิดตัว DeepSeek V4 โมเดล AI โอเพนซอร์สจากจีนที่มีพารามิเตอร์ถึง 1 ล้านล้านตัว ซึ่งประสิทธิภาพทัดเทียมกับโมเดลชั้นนำของสหรัฐ แต่ใช้ต้นทุนการฝึกเพียง 5.2 ล้านดอลลาร์ สิ่งนี้บ่งชี้ว่าการแข่งขัน AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สหรัฐ และราคาของเทคโนโลยี AI กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่ต้องการนำ AI ไปใช้
ดีลการลงทุน $40 พันล้านของกูเกิลใน Anthropic ไม่ใช่แค่ข่าวธุรกิจ แต่คือสัญญาณว่า AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจโลก นักลงทุนและคนทำงานไทยที่เข้าใจเทรนด์นี้เร็วกว่า จะมีโอกาสวางตำแหน่งตัวเองได้ดีกว่าในอีก 5-10 ปีข้างหน้า การลงทุนในความรู้ด้าน AI และการกระจายพอร์ตการลงทุนให้ครอบคลุมเทคโนโลยี AI คือสองสิ่งที่ควรพิจารณาตั้งแต่วันนี้